ย่ำแดนอิเหนาตอนที่ 3
posted on 06 Nov 2009 22:24 by plynoi in Foto
นอนหนาวๆ (ผ้าห่ม+เสื้อสองตัว+เสื้อกันหนาวบางๆ) แบบหลับเป็นตายได้ถึงตี 3 ครึ่ง ไกด์มาเคาะเรียก ต้องออกไปจุดชมวิวตั้งแต่ ตี 4 เพื่อไปเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ที่จุดชมวิว ซึ่งจะมีแค่จุดนั้นเท่านั้นที่เห็นภูเขาไฟโบรโม่ บาต๊อกและเซเมรุอยู่พร้อมหน้ากัน
เดินออกมา คนอื่นเค้าไปรถจิ๊บสภาพดีๆ กัน ไอ้รถคันผมแม่งเก่าสุด ประตูก็ปิดไม่มิด เก้าอี้ก็โยกไปโยกมา ที่ปัดน้ำฝนขยับไม่ได้ แถมไม่มีกุญแจรถครับ พี่แกใช้ by pass สายไฟแบบในหนังเลย แสรดดด ทางก็มืด หมอกก็ลงมองไม่เห็นข้างหน้า โคตรน่ากลัว เห็นแกขับเลี้ยวไปเลี้ยวมา ขาลงแดดดีๆ ถึงเห็นแม่งเหวทั้งนั้น... T^T

ภูเขาไฟที่เห็นหน้าสุดคือ อดีตภูเขาไฟบาต๊อก (ดับไปแล้ว) ถัดมาที่มีควันพุ่งๆ อยู่คือพระเอกของเรา โบรโม่นั่นเอง และที่สุงที่สุดทีเห็นคือเซเมรุ (หรือเขาสุเมรุหรือมหาเมรุก็ได้ครับ) ซึ่งทั้งโบรโม่และสุเมรุนั้นยังไม่ดับนะครับ
รถมาถึงจุดชมวิวอย่างปลอดภัย แต่พวกผมตื่นเต้นฉิบหาย คนเยอะมากๆ ครับที่จุดชมวิว รอกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยทีเดียว ก่อนมา @somkiat บอกว่าให้เอาขาตั้งกล้องมาด้วย แต่ผมไม่ได้หยิบมา แค่แย่งกันหามุมก็ยากแล้ว รูปที่ถ่ายแสงพระอาทิตย์ก่อนขึ้นเบลอหมด จนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วผมหามุมได้ เลยปีนขึ้นไปวางกล้องบนเสารั้วแล้วหน่วงเวลา+ยกกระจกชัตเตอร์เอา ซึ่งก็ต้องแย่งครับ ทั้งฝรั่ง อินโด ไทย จีน แม่งมุมกันหมด ช่วงแสงยังแดงๆ มีมุมข้างล่างจุดชมวิวเหมือนกันครับ เลยลงไปถ่ายคู่สามมหาภูเขาสักหน่อย สนุกๆ

อินโดก็มีมือบอน





พอพระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูง คนก็เริ่มไป พวกผมเห็นว่างๆ ก็เลยยิ่งถ่ายใหญ่ 555 (ได้ทีๆ) เหมือนจะเก็บกดที่แย่งที่ชาวบ้านไม่ได้ ก็ยังเหมือนเดิมครับ วางกล้องกับเสาแล้วหน่วงเวลา+ยกกระจก เพื่อความคมชัดเท่าที่จะทำได้


เสร็จแล้วก็นั่งรถไปขึ้นโบรโม่ต่อ ทางลงยังคงเป็นเหวเช่นเดิม ตื่นเต้นกว่าเดิมอีกเพราะเห็นชัดๆ รอบๆ โบรโม่จะเป็นทะเลทรายครับ จริงๆ รถขับไปได้ถึงตีนเขาเลยแหละ แต่เค้าจะจอดที่จุดที่ห่างจากภูเขาสัก 2 กิโล (ข้างๆ บาต๊อก) แล้วให้เราเดินไป 2 กิโลกับขึ้นโบรโม่อีก 1 กิโล ซึ่งจะเช่าม้าเอาก็ได้ 50,000 IDR ซึ่งเราก็ขึ้นมาไป เค้าก็จะจูงไป ก็ตัดสินใจจะเดินเอาครับ เหนื่อยค่อยขึ้นมา ไอ้เดิน 2 กิโลผมน่ะชิวๆ แต่นี่มันเดินในทะเลทราย และอากาศก็บางงงงง หนักมากๆๆๆๆๆๆๆ ยิ่งเดินยิ่งร้อน ไอ้เสื้อกันหนาวกี่ตัวๆ ถอดออกหมด ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย ไอ้ม้าก็เดินตามคอยต่อรองราคาอยู่เรื่อยๆ



บาต๊อกครับ
ยิ่งเดินยิ่งหนื่อย ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย แต่ยังฝีนเดิน ค่อยๆ เดิน ม้ามันบอก 1หมื่น เดินไปอีกสองก้าวแม่งต่อเป็น 2 หมื่น (มึงต่อไงวะ) ซะงั้น - - เลยไม่เอาแม่งเลย ยิ่งตอนขึ้นนี่สุดยอดครับ ขึ้นภูเขาทรายๆ นี่ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย T^T



ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ เดินจนไปถึงปากปล่องภูเขาไฟ กลิ่นกำมะถันแรงมากๆ อากาศก็บางมากๆ ต้องพักเหนื่อยขนานใหญ่เลย



ดอกไม้สำหรับโยนลงปากปล่องเพื่อบูชาเทพเจ้าครับ
ขาลงนี่ตัดสินใจเลยครับ ขึ้นม้าดีกว่า ต่อจาก 3หมื่นเหลือ 2หมื่น แล้วก็ขึ้นมาเลย 55 (สงสารม้ามัน) ม้ามันเดินขโยกขเยกน่าดู เกือบตกลงมาก็หลายที แต่ก็สนุกดี และเร็วดีด้วย



ลุงแกซื้ออะไร เด๋วก็รู้
แล้วก็ขึ้นรถจิ๊บกลับที่พักครับ ดินภูเขาไฟเต็มตัว อากาศหนาวๆ นี้เห็นไอ้แบบที่ขายเมื้อกี้ เป็นหาบเร่อยู่ข้างที่พัก เลยซื้อมา ถามดูพบว่ามันคือ Bakso หรือก๊วยเตี๋ยวอินโด น้ำซุปรสแบบน้ำซุปหางวัว เส้นน้อยๆ ลูกชิ้นเนื้อวัวโตๆ และเต้าหู อร่อยๆ ร้อนๆ ราคา 7 พัน IDR ชาวอินโดที่กินอยู่ด้วยยกหัวมือแม่บอก Good กันทุกคน (เพื่อนผมถามผมว่าเป็นไง แม่งยังบอกว่า good ได้) ส่วนอาหารเช้าของที่พัก ผมสั่งพายแอปเปิ้ล เสือกได้พายกล้วยหน้าตารสชาติเหมือนโรตีแทน อ้อ จากที่พักเห็นบาต๊อกกับโบรโม่ชัดแจ๋ววววว



แล้วก็นั่งรถตีนผีเช่นเดิมกลับไป Probolinggo ครับ นั่งไปกับคนฝรั่งเศส แม่งนั่งกินที่ฉิบหาย รอรถที่ Probolinggo อยู่หนึ่งชั่วโมงก็ได้มินิแวนไป Yogyakarta ซึ่งเค้าบอกว่าเป็น private car หมายถึงรับแค่พวกเรา แต่เห็นแวะเกือบทุกป้าย - - คนขับขับเร็วมากๆ ตีนผีกว่าเมื่อคืนอีก แกพาแวะลงทานข้าวกลางวัน ซึ่งร้านโคตรแพง ไม่อร่อย ได้น้อย เซ็งเป็ด

Nasi (ข้าว) Goreng(ผัด) ข้าวผัดที่นี่จะเป็นแบบนี้ครับ (ส่วนมาก)

Nasi Rawon (พะโล้เนื้อ)
หลังจากนั้นฝนก็ตก ซึ่งมันก็ยิ่งขับเร็วมากขึ้น - -" วิวข้างทางนี่ยังคุยกับเพื่อนเลยว่า ถ่ายมาแล้วตัดป้าย ตัวอักษรออก บอกคนอื่นว่าต่างประเทศจะมีคนเชื่อมั้ย ว่าแล้วเค้าก็พักให้ทานข้าวเย็น ซึ่งก็แบบเดิมอีก แพง ได้น้อยและไม่อร่อย


จากที่นี่ พี่แกรับคนเพิมเองอีก ทำให้เสียเวลาไปอีก 2 ชั่วโมง (จริงๆ ต้องถึงทุ่มนึง นี่ล่อไปถึง 4 ทุ่ม) พวกผมนี่ จริงๆ จะะไปพักโรงแรม Delta ใน Yogyakarta แต่ระหว่างทางลุงแกบอกว่าโรงแรมนี้มีผีดุ ไป Metro ดีกวา แล้วก็คุยกันว่าบ้านแกอยู่ Yogya นี่เอง เด๋วพาเที่ยว 4 ที่ 4 แสน IDR ก็โอเค ถูกดี แถมยังคนกันเอง
ที่ไหน ปรากฏว่าแกพามา Metro ที่เดียว ไม่ไปที่ไหนอีก (และแพงมากกก) และบอกว่าต้องกลับไปโบรโม่ด่วน เอาทัวร์ของ Metro ไปละกัน (ซึ่งก็แพง) โมโหมาก เลยไป Delta เอง ถามทางสามล้อในซอย แม่งก็ชี้ผิดชี้ถูกไปทางอ้อมๆ ถามชาวบ้านในซอยมันยังชี้ให้เดินอ้อมเลย เดินไปไกลมากๆ ถามคนข้างนอกถึงได้รู้ว่าอยู่เลย Metro ไปแค่ 300 แสรดด แม่งงง หลอกกันเป็นเรื่องสนุกเลยนะ (เดินออกไปเจอ Metro 2 ด้วย ตกใจแสรด) พอไปถึง Delta เต็ม T^T (เค้าถามก่อนด้วยว่า ถาม Metro ยัง!!!) เพื่อนเลยออกไปดู hostel ข้างๆ ซึ่งเค้าก็ช่วยติดต่อจนได้ Agung Guest House เป็นบ้านแบบ Home Stay บรรยากาศโบราณๆ หลอนๆ แต่ว่าอบอุ่นดี ได้ที่ซุกหัวนอนไปอีกวัน
ก่อนนอน เห็นรถเข็นป๊อกๆ ขาย Nasi Goreng อยู่หน้า Delta ก็ไปกิน คนละหมื่น IDR ปรากฏว่าอร่อยมากกก มีผัก มีไก่ ได้ข้าวเกรียบเยอะๆ อร่อยที่สุดในทริปเลย ไอ้ร้านรถเข็นป๊อกๆ เนี่ย
เดินออกมา คนอื่นเค้าไปรถจิ๊บสภาพดีๆ กัน ไอ้รถคันผมแม่งเก่าสุด ประตูก็ปิดไม่มิด เก้าอี้ก็โยกไปโยกมา ที่ปัดน้ำฝนขยับไม่ได้ แถมไม่มีกุญแจรถครับ พี่แกใช้ by pass สายไฟแบบในหนังเลย แสรดดด ทางก็มืด หมอกก็ลงมองไม่เห็นข้างหน้า โคตรน่ากลัว เห็นแกขับเลี้ยวไปเลี้ยวมา ขาลงแดดดีๆ ถึงเห็นแม่งเหวทั้งนั้น... T^T

ภูเขาไฟที่เห็นหน้าสุดคือ อดีตภูเขาไฟบาต๊อก (ดับไปแล้ว) ถัดมาที่มีควันพุ่งๆ อยู่คือพระเอกของเรา โบรโม่นั่นเอง และที่สุงที่สุดทีเห็นคือเซเมรุ (หรือเขาสุเมรุหรือมหาเมรุก็ได้ครับ) ซึ่งทั้งโบรโม่และสุเมรุนั้นยังไม่ดับนะครับ
รถมาถึงจุดชมวิวอย่างปลอดภัย แต่พวกผมตื่นเต้นฉิบหาย คนเยอะมากๆ ครับที่จุดชมวิว รอกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเลยทีเดียว ก่อนมา @somkiat บอกว่าให้เอาขาตั้งกล้องมาด้วย แต่ผมไม่ได้หยิบมา แค่แย่งกันหามุมก็ยากแล้ว รูปที่ถ่ายแสงพระอาทิตย์ก่อนขึ้นเบลอหมด จนพระอาทิตย์ขึ้นแล้วผมหามุมได้ เลยปีนขึ้นไปวางกล้องบนเสารั้วแล้วหน่วงเวลา+ยกกระจกชัตเตอร์เอา ซึ่งก็ต้องแย่งครับ ทั้งฝรั่ง อินโด ไทย จีน แม่งมุมกันหมด ช่วงแสงยังแดงๆ มีมุมข้างล่างจุดชมวิวเหมือนกันครับ เลยลงไปถ่ายคู่สามมหาภูเขาสักหน่อย สนุกๆ

อินโดก็มีมือบอน





พอพระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูง คนก็เริ่มไป พวกผมเห็นว่างๆ ก็เลยยิ่งถ่ายใหญ่ 555 (ได้ทีๆ) เหมือนจะเก็บกดที่แย่งที่ชาวบ้านไม่ได้ ก็ยังเหมือนเดิมครับ วางกล้องกับเสาแล้วหน่วงเวลา+ยกกระจก เพื่อความคมชัดเท่าที่จะทำได้


เสร็จแล้วก็นั่งรถไปขึ้นโบรโม่ต่อ ทางลงยังคงเป็นเหวเช่นเดิม ตื่นเต้นกว่าเดิมอีกเพราะเห็นชัดๆ รอบๆ โบรโม่จะเป็นทะเลทรายครับ จริงๆ รถขับไปได้ถึงตีนเขาเลยแหละ แต่เค้าจะจอดที่จุดที่ห่างจากภูเขาสัก 2 กิโล (ข้างๆ บาต๊อก) แล้วให้เราเดินไป 2 กิโลกับขึ้นโบรโม่อีก 1 กิโล ซึ่งจะเช่าม้าเอาก็ได้ 50,000 IDR ซึ่งเราก็ขึ้นมาไป เค้าก็จะจูงไป ก็ตัดสินใจจะเดินเอาครับ เหนื่อยค่อยขึ้นมา ไอ้เดิน 2 กิโลผมน่ะชิวๆ แต่นี่มันเดินในทะเลทราย และอากาศก็บางงงงง หนักมากๆๆๆๆๆๆๆ ยิ่งเดินยิ่งร้อน ไอ้เสื้อกันหนาวกี่ตัวๆ ถอดออกหมด ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย ไอ้ม้าก็เดินตามคอยต่อรองราคาอยู่เรื่อยๆ



บาต๊อกครับ
ยิ่งเดินยิ่งหนื่อย ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย แต่ยังฝีนเดิน ค่อยๆ เดิน ม้ามันบอก 1หมื่น เดินไปอีกสองก้าวแม่งต่อเป็น 2 หมื่น (มึงต่อไงวะ) ซะงั้น - - เลยไม่เอาแม่งเลย ยิ่งตอนขึ้นนี่สุดยอดครับ ขึ้นภูเขาทรายๆ นี่ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย T^T



ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ เดินจนไปถึงปากปล่องภูเขาไฟ กลิ่นกำมะถันแรงมากๆ อากาศก็บางมากๆ ต้องพักเหนื่อยขนานใหญ่เลย



ดอกไม้สำหรับโยนลงปากปล่องเพื่อบูชาเทพเจ้าครับ
ขาลงนี่ตัดสินใจเลยครับ ขึ้นม้าดีกว่า ต่อจาก 3หมื่นเหลือ 2หมื่น แล้วก็ขึ้นมาเลย 55 (สงสารม้ามัน) ม้ามันเดินขโยกขเยกน่าดู เกือบตกลงมาก็หลายที แต่ก็สนุกดี และเร็วดีด้วย



ลุงแกซื้ออะไร เด๋วก็รู้
แล้วก็ขึ้นรถจิ๊บกลับที่พักครับ ดินภูเขาไฟเต็มตัว อากาศหนาวๆ นี้เห็นไอ้แบบที่ขายเมื้อกี้ เป็นหาบเร่อยู่ข้างที่พัก เลยซื้อมา ถามดูพบว่ามันคือ Bakso หรือก๊วยเตี๋ยวอินโด น้ำซุปรสแบบน้ำซุปหางวัว เส้นน้อยๆ ลูกชิ้นเนื้อวัวโตๆ และเต้าหู อร่อยๆ ร้อนๆ ราคา 7 พัน IDR ชาวอินโดที่กินอยู่ด้วยยกหัวมือแม่บอก Good กันทุกคน (เพื่อนผมถามผมว่าเป็นไง แม่งยังบอกว่า good ได้) ส่วนอาหารเช้าของที่พัก ผมสั่งพายแอปเปิ้ล เสือกได้พายกล้วยหน้าตารสชาติเหมือนโรตีแทน อ้อ จากที่พักเห็นบาต๊อกกับโบรโม่ชัดแจ๋ววววว



แล้วก็นั่งรถตีนผีเช่นเดิมกลับไป Probolinggo ครับ นั่งไปกับคนฝรั่งเศส แม่งนั่งกินที่ฉิบหาย รอรถที่ Probolinggo อยู่หนึ่งชั่วโมงก็ได้มินิแวนไป Yogyakarta ซึ่งเค้าบอกว่าเป็น private car หมายถึงรับแค่พวกเรา แต่เห็นแวะเกือบทุกป้าย - - คนขับขับเร็วมากๆ ตีนผีกว่าเมื่อคืนอีก แกพาแวะลงทานข้าวกลางวัน ซึ่งร้านโคตรแพง ไม่อร่อย ได้น้อย เซ็งเป็ด

Nasi (ข้าว) Goreng(ผัด) ข้าวผัดที่นี่จะเป็นแบบนี้ครับ (ส่วนมาก)

Nasi Rawon (พะโล้เนื้อ)
หลังจากนั้นฝนก็ตก ซึ่งมันก็ยิ่งขับเร็วมากขึ้น - -" วิวข้างทางนี่ยังคุยกับเพื่อนเลยว่า ถ่ายมาแล้วตัดป้าย ตัวอักษรออก บอกคนอื่นว่าต่างประเทศจะมีคนเชื่อมั้ย ว่าแล้วเค้าก็พักให้ทานข้าวเย็น ซึ่งก็แบบเดิมอีก แพง ได้น้อยและไม่อร่อย


จากที่นี่ พี่แกรับคนเพิมเองอีก ทำให้เสียเวลาไปอีก 2 ชั่วโมง (จริงๆ ต้องถึงทุ่มนึง นี่ล่อไปถึง 4 ทุ่ม) พวกผมนี่ จริงๆ จะะไปพักโรงแรม Delta ใน Yogyakarta แต่ระหว่างทางลุงแกบอกว่าโรงแรมนี้มีผีดุ ไป Metro ดีกวา แล้วก็คุยกันว่าบ้านแกอยู่ Yogya นี่เอง เด๋วพาเที่ยว 4 ที่ 4 แสน IDR ก็โอเค ถูกดี แถมยังคนกันเอง
ที่ไหน ปรากฏว่าแกพามา Metro ที่เดียว ไม่ไปที่ไหนอีก (และแพงมากกก) และบอกว่าต้องกลับไปโบรโม่ด่วน เอาทัวร์ของ Metro ไปละกัน (ซึ่งก็แพง) โมโหมาก เลยไป Delta เอง ถามทางสามล้อในซอย แม่งก็ชี้ผิดชี้ถูกไปทางอ้อมๆ ถามชาวบ้านในซอยมันยังชี้ให้เดินอ้อมเลย เดินไปไกลมากๆ ถามคนข้างนอกถึงได้รู้ว่าอยู่เลย Metro ไปแค่ 300 แสรดด แม่งงง หลอกกันเป็นเรื่องสนุกเลยนะ (เดินออกไปเจอ Metro 2 ด้วย ตกใจแสรด) พอไปถึง Delta เต็ม T^T (เค้าถามก่อนด้วยว่า ถาม Metro ยัง!!!) เพื่อนเลยออกไปดู hostel ข้างๆ ซึ่งเค้าก็ช่วยติดต่อจนได้ Agung Guest House เป็นบ้านแบบ Home Stay บรรยากาศโบราณๆ หลอนๆ แต่ว่าอบอุ่นดี ได้ที่ซุกหัวนอนไปอีกวัน
ก่อนนอน เห็นรถเข็นป๊อกๆ ขาย Nasi Goreng อยู่หน้า Delta ก็ไปกิน คนละหมื่น IDR ปรากฏว่าอร่อยมากกก มีผัก มีไก่ ได้ข้าวเกรียบเยอะๆ อร่อยที่สุดในทริปเลย ไอ้ร้านรถเข็นป๊อกๆ เนี่ย






#1 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-11-07 15:06