สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกก็คือบ้านเราส่วนมากศรัทธาศาสนากับแบบยึดติดกับไหมฟ้าปาฏิหาริย์ อิทธิฤทธิ์ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อย่าตั้งคำถาม อย่าลองพิสูจน์ ไม่ได้มองที่ตัวเนื้อพระธรรม ศีลกันเท่าไหร่
สมัยผมบวชได้อ่านหนังสือธรรมะหลายเล่ม ก็เจอทั้งแบบเน้นใจความพระธรรมกับเน้นปาฏิหาริย์ปนๆ กัน แต่ที่น่าแปลกคือในเล่มแปลพระไตรปิฏก (อ่านยากโคตร) ที่มีประวัติพระพุทธเจ้าและประัวัติของศีลและธรรมข้อต่างๆ (ว่าพระพุทธเจ้าเจอได้อย่างไร เทศนาทีไหน บัญญัติขึ้นมาทำไม) ไม่มีเรื่องปาฏิหาริย์เลย

วันนี้ดูรายการเสด็จประภาสต้น มีเรื่องราวของวัดนึงที่ ร.5 เคยเสด็จ ที่วัดนี้มีโบราณสถานและพระนอนกลางแจ้งที่สวยงาม แต่ฝนตกทีไร ชอบมีฟ้าผ่าลงบริเวณพระนอนทุกครั้ง

เริ่มเข้าเค้าหนังสือพระ,ไหมฟ้าปาฏิหาริย์,อิทธิฤทธิ์ มั้ยครับ แต่รายการสัมภาษณ์เจ้าอาวาส ท่านบอกว่าติดต่อนักวิทยาศาสตร์ให้มาศึกษาดูว่าทำไมฟ้ามันผ่าลงแถวนี้บ่อย ปรากฏว่าถึงกับใช้ดาวเทียมแสกนแล้วพบว่าใต้ดินมีแร่ธาตุอยู่ ซึ่งประมาณว่าเป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้ฟ้าผ่าตอนฝนตก

ฟังแล้วชอบแหะ เพราะศาสนาพุทธสอนให้คิดด้วยหลักเหตุผล พิจารณาหลายๆ ข้อมูลอย่างรอบคอบ (จากหลายๆ ทฤษฏี) รวมไปถึงลองปฏิบัติด้วยตนเอง (หนังสือท่านพุทธทาสบอกเลยว่าศึกษาอย่างเดียวไม่ได้อะไร ต้องลงมือทำ) ซึ่งกรณีนี้เห็นได้ชัดเจน ไม่ใช่เอะอะๆ ก็ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

Comment

Comment:

Tweet

ผมก็ชอบอ่านพระไตรปิฏกนะครับ
อ่านแล้วตีความได้หลากหลายดี

#5 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-06-20 10:41

เห็นด้วยเลยค่ะHot!

#4 By ~memay~ on 2009-06-17 14:28

นึกว่าจะเรียกศาสตราจารย์แลงดอนมาช่วย big smile

#3 By ชายคลอง on 2009-06-17 08:21

big smile big smile big smile

#2 By Shuu Exteen on 2009-06-16 22:41

ผมเกลียดคำว่าไม่เชื่ออย่าลบหรู่ มันไม่ได้สอนให้คนคิดเลย

ปล. ฝรั่งที่รู้จัก แปลคำว่าไม่เชื่ออย่าลบหรู่ว่า --> โง่คนเดียวยังไม่พอ จะลากคนอื่นโง่ไปด้วย เอิ๊กส์ๆ

#1 By boat (58.9.194.155) on 2009-06-16 22:12